ภูชี้ฟ้า

ภูชี้ฟ้า | ทริปท่องเที่ยวในวัยเด็กของฉันกับครอบครัว

ภูชี้ฟ้า ครั้งนี้ขอพาเพื่อนๆขึ้นเหนือไปถึงจังหวัดเชียงรายกันเลยค่ะ จำได้ว่าช่วงนั้นเป็นช่วงหน้าหนาวประมาณปลายเดือนพฤศจิกายน ทริปนี้เราออกเดินทางไปกับน้าชายโดยสารรถทัวร์จากหมอชิต ปลายทางคือ

บขส.เชียงราย ใช้เวลาเดินทางประมาณ 7-8 ชั่วโมงก็ถึงบขส. เราต่อรถสองแถวไปโรงแรมที่ได้จองไว้ซึ่งอยู่ในตัวเมืองเช็คอินเข้าที่พักเก็บของเรียบร้อย ไม่รอช้า(กว่าจะถึงก็มืดละ) รีบออกไปหาอาหารพื้นเมือง

ที่ถนนคนเดิน บรรยากาศของค่ำคืนนี้ อากาศเย็นสบายเดินไปเรื่อยไม่ร้อนเลยค่ะ บริเวณนี้มีร้านอาหารมากมายหลายประเภทให้เราเลือกกิน มีสินค้าพื้นเมืองให้เลือกซื้อ เราแวะร้านอาหารร้านหนึ่งเป็นร้านอาหารพื้นเมือง จำได้ว่าสั่งชุดน้ำพริกหนุ่มเสริฟ์พร้อมข้าวเหนียว ไส้อั่ว แคปหมู และแกงที่มีชื่อโฮะ

เราสั่งเพราะอยากรู้ว่ามันคืออะไร รสชาติยังไง หน้าตาแบบไหน สิ่งที่ได้คืออะไรนะรวมๆกันมา แอบลุ้นว่าจะกินได้ไหม แต่พอกินแล้วจะว่าเหมือนแกงหน่อไม้ก็ไม่ใช่ รสชาติดีเลยค่ะ อิ่มท้องแล้วเราก็เริ่มเดินกันต่อเลย เดินไปเรื่อยๆอากาศก็เริ่มเย็นขึ้นทุกทีเจอร้านผ้าพันคอเลยแวะอุดหนุนสักพื้น 100บาท อุ่นดีจังงานทอมือสวยค่ะ เดินต่อไปอีกหน่อยเจอจุดที่เค้าขายโคมยี่เป็งจะรออะไรละคะ จัดมา1โคม ราคาประมาณร้อยกว่าบาทค่ะ เค้าว่ากันว่าการปล่อยโคมก็เหมือนการปล่อยเคราะห์ในชีวิตออกไป แต่กว่าจะปล่อยโคมได้ลุ้นมากค่ะ ปล่อยโคมเสร็จเรียบร้อย เราก็ชวนกันกลับเข้าที่พักเพื่อพักผ่อน  เตรียมตัวขึ้นภูวันพรุ่งนี้

ภูชี้ฟ้า ออกเดินทางตระเวนเที่ยว

ภูชี้ฟ้า | ทริปท่องเที่ยวในวัยเด็กของฉันกับครอบครัว

 

เช้าแล้วเราเดินทางด้วยรถตู้จากตัวเมืองเพื่อไปที่อ.เทิง(บ้านร่มฟ้าไทย) ระยะทางประมาณ 111 กิโลเมตร ราคาค่าโดยสารคนละ 80 บาท ระหว่างเดินทางเราเจอกับหมู่บ้านชาวเขาและร้านค้า เช่นร้านอาหาร ร้านขายเสื้อผ้าสินค้าที่ระลึกตามข้างทาง เส้นทางขึ้นภูชี้ฟ้านั้นค่อนข้างแคบและโค้งเยอะมาก อารมณ์เหมือนนั่งไวกิ้งเลย

เรานี่เมารถแทบอาเจียน แต่แล้วเราก็มาถึง..ที่นี่มีรีสอร์ทรองรับค่อนข้างเยอะทีเดียวค่ะ เราเลือกพักบนเนินเขา วิวสวยมาก มองไปรอบๆมีแต่ป่าไม้เขียวชะอุ่ม วันนี้เรายังไม่ขึ้นภูชี้ฟ้าค่ะแต่เดินถ่ายภาพเก็บบรรยากาศบนเขารอบๆบริเวณที่พัก ช่วงเย็นเราเลือกกินอาหารที่ร้านข้างทาง ระหว่างรออาหารจะมีกลุ่มเด็กน้อยชาวเขามาทำการแสดงร้องเพลง เต้นให้เราดู เราจึงขอน้องๆถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึก น้องมากันประมาณ 3 คนค่ะ เด็กๆต้องการหารายได้พิเศษ เราจึงให้ไปคนละ20บาท คือน้องๆไม่ได้เรียกร้องนะคะแล้วแต่เราจะให้

สักพักอาหารก็มาเสริฟ์ ตกดึกอากาศที่นี่เย็นมากค่ะเราต้องใส่หมวกใส่ถุงมือเลยทีเดียว เช้าวันที่ 2 บนภูเรารีบตื่นตั้งแต่ตี 5 เตรียมวอมร่างกายเพื่อเดินขึ้นภู จากรีสอทร์ที่เราพักสามารถใช้บริการรถ 2 แถวคนละ 20 บาท ระยะทางขึ้นภูชี้ฟ้าประมาณ 2 กิโลค่ะเพื่อไปยังวนอุทยาน อากาศก็เย็นเหลือเกินหมอกจัดแต่เราไม่หวั่น ตี ห้าครึ่งเราถึงวนอุทยาน ทีนี้เราก็มาเริ่มเดินขึ้นภูกันเลยจ้า ทางเดินค่อนข้างชัน และค่อนข้างมืดต้องพกไฟฉายมาด้วยนะคะ ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมงเราก็ถึงยอดภูชี้ฟ้า

อากาศด้านบนหนาวมากๆค่ะ เรายืนรอชมพระอาทิตย์ขึ้น พร้อมกับทะเลหมอกยามเช้า ภาพที่เห็นสวยงามมากค่ะคุ้มค่ากับการรอคอย เราถ่ายรูปเก็บภาพบรรยากาศตรงนี้สักพัก แสงแดดอ่อนๆรู้สึกผ่อนคลายดีจริงๆ ประมาณ7.00เริ่มหิวละค่ะ เราจึงเดินทางลงภูเพื่อกลับมาทานอาหารเช้าที่รีสอรท์เตรียมไว้ให้

แล้วก็เช็คเอ้าท์ออกจากที่พัก ขากลับเราเดินทางโดยรถ 2 แถวหวาดเสียวกว่าตอนขึ้นอีกคะ ล้อนี่เฉียดกับขอบทางเลย แต่ก็ถึงที่หมายอย่างปลอดภัย สำหรับผู้ที่ยังไม่ชำนาญทางแนะนำว่าใช้บริการรถโดยสารจะสะดวกปลอดภัยกว่าค่ะ หรือหากต้องการนำรถขึ้นภูจริงๆก็ไม่ควรใช้ความเร็วมากนักโดยเฉพาะหน้าเทศกาลรถเยอะมากเลยค่ะถนน 2 เลนก็จริงแต่ทางแคบค่ะ จบทริปนี้ได้สัมผัสอากาศหนาว อาหารอร่อย เก็บภาพความสวยงามของธรรมชาติวิถีชาวเขา คุ้มค่ากับการเดินจริงๆค่ะ

 

ตลาดน้ำอัมพวา

ทริปอัมพวา | ตะลุยตลาดน้ำ ตะลอนชิมฟรี

ทริปอัมพวา วันนี้จะพาเพื่อนๆไปเที่ยวตลาดน้ำกันค่ะ ออกเดินทางจากพระราม2 เลยเมืองสมุทรสาคร จะเห็นป้ายทางเข้าตลาดน้ำอัมพวา ขับผ่านตัวเมืองแม่กลองวิ่งไปตามถนน 325 เข้าสู่ตลาดอัมพวาหาที่จอดรถได้เลยจ้า เรามาถึงที่นี่ช่วงเย็นหาที่จอดรถค่อนข้างลำบากนิดนึง ถ้าเพื่อนๆคนไหนกังวลเรื่องที่จอดก็สามารถแวะจอดได้ที่ วัดภุมรินทร์นะจ๊ะ สำหรับวันนี้เราจะนั่งเรือชมหิ้งห้อยกัน แล้วก็ทานมื้อค่ำช็อปปิ้งของกินสักหน่อย

ที่นี่เพื่อนๆจะพบกับบรรยากาศวิถีชาวบ้านริมคลอง ร้านค้า ร้านอาหารมากมาย หลายประเภททั้งคาวหวาน บางร้านจะมีการแสดงดนตรีสด แนวเพลงก็จะเป็นเพลงเก่าๆในอดีตทั้งสากลยุคก่อนๆหรือเพลงลูกกรุงประมาณนี้ค่ะ

ทริปอัมพวา ชมหิ่งห้อย สอยกุ้งเผา นั่งชมบรรยากาศ

ทริปอัมพวา | ตะลุยตลาดน้ำ ตะลอนชิมฟรี

เราเดินไปเรื่อยๆจนเจอกับกลุ่มเรือที่ลุงๆป้าๆจอดขายอาหารให้กับนักท่องเที่ยว สามารถสั่งมานั่งทานริมคลองได้ค่ะ ราคาอาหารเริ่มต้นที่เมนูละ 15 บาทจนไปถึงร้อยกว่าบาท อย่างเช่นปลาหมึกย่างตัวใหญ่ๆตัวละ 120 บาท กุ้งเผา ผัดไทย ก๋วยเตี๋ยว สั่งมานั่งกินกับเพื่อนๆชมวิวริมคลองมองเห็นแม่น้ำแม่กลองที่มีเรือแล่นผ่านเป็นระยะ

บรรยากาศตะวันลับขอบฟ้า ฟินสุดๆไปเลย กินเสร็จเรียบร้อยได้เวลาลงเรือแล้วจ้า ที่นี่มีเรือนำเที่ยวจำนวนมาก ค่าโดยสารก็ไม่แพงอยู่ที่คนละ 60 บาทค่ะ ลงเรือปุ๊บเราก็รีบสวมเสื้อชูชีพทันที เรือออกแล้วคนขับเรือจะคอยบรรยายไปตามทาง สองข้างทางเต็มไปด้วยบ้านเรือนผู้คน บางจุดก็ผ่านวัดวาอารามซึ่งมีวัดเรียงรายไปตามคุ้งน้ำ เมื่อกระทบกับแสงแดดยามเย็นแล้วชั่งเป็นภาพที่สวยงามจริงๆค่ะ

พ้นตลาดอัมพวามาสักพักเรือจะค่อยๆชะลอ บริเวณนี้มีต้นลำพูมีหิ้งห้อยตัวเล็กตัวน้อยส่องสองสีเหลืองวิบวั๊บเต็มไปหมด ยิ่งต้นใหญ่ๆยิ่งเยอะเลยค่ะ เป็นภาพที่สวยงามน่าประทับใจมากๆ เรือแล่นผ่านบ้านไม้เก่าๆของชาวบ้านไปเรื่อยจนออกสู่แม่น้ำแม่กลอง ผ่านบ้านหลังใหญ่เปิดไฟสวยเชียว คนขับเรือบอกว่าที่นี่คือบ้านของทหารเรือท่านหนึ่งทำเป็นโฮมสเตย์ไว้ให้นักท่องเที่ยวเข้าพักค่ะ แล้วเรือก็แล่นกลับมายังตลาดอัมพวา

ได้เวลาเดินซื้อของกินของฝากกลับบ้านแล้วสินะ ส่วนตัวชอบเดินตลาดช่วงนี้นะคะคนไม่เยอะไม่ต้องแย่งกันซื้อเดินสบาย อากาศไม่ร้อน ที่นี่ของกินเยอะมากค่ะ อย่างหมี่กรอบ 3 รสที่ผัดกันใหม่ๆร้อนๆ ราคา 35บาท 3กล่อง 100บาท หรือจะเป็นปลาทูแม่กลอง หน้างอคอหัก ของดีเมืองสมุทรสงครามอันนี้พลาดไม่ได้เลยนะคะ กล่องละ 100 บาท

ข้าวเกรียบปลาทูของกินเล่น เมี่ยงคำมีทั้งเป็นชุดๆละ 50 บาทหรือที่ห่อเป็นคำเสียบไม้ 3 คำ 10 บาทเมนูนี้เมนูโปรดเลยค่ะ  ซื้อของกินของฝากเรียบร้อยก็ได้เวลาเดินทางกลับกันแล้วจ้า ขากลับเข้ากทม. ถนนโล่งมากค่ะเพราะดึกแล้ว แต่ทางบางช่วงจะค่อนข้างมืดและมีรถบรรทุกเยอะอยู่ขับรถกันระวังๆด้วยนะคะ ทริปนี้ใช้เวลาไม่กี่ชั่วโมงกับงบเพียงน้อยแต่อิ่มพร้อมได้ความประทับใจกลับบ้านมาด้วย เยี่ยมไปเลยค่ะ

ทริปหัวหิน

ทริปหัวหิน | เป็นถิ่นมีหอย เดินสอยของที่ตลาดชิคาด้า

ทริปหัวหิน – วันนี้จะพาเพื่อนๆไปเที่ยวทะเลไม่ไกลจากกรุงเทพเลยจ้า ระยะทางประมาณ 190 กิโลเมตร เดินทางโดยรถยนต์ทางถนนพระราม 2 ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงก็ถึง ..หัวหิน..ทะเลที่นี่ถือว่าบรรยากาศดี หาดสวย น้ำใส มีกิจกรรมและสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย

เมื่อถึงหัวหินเราก็ทำการหาที่พัก ซึ่งที่นี่มีให้เลือกหลาย ราคาตั้งแต่หลักร้อย จนถึงหลักหมื่นเลยละ ครั้งนี้เราเข้าพักที่ ไวท์วิลล่าโฮเต็ล ราคาคืนละ1,500บาท(พร้อมอาหารเช้า) ที่พักอยู่ตรงข้ามกับวิลล่ามาเก็ต ด้านหลังโรงแรม เดินไปเพียง 400 เมตรก็ถึงชายหาด สามารถลงเล่นน้ำได้ หรือจะเล่นน้ำที่สระน้ำของทางโรงแรมก็สะอาดดีค่ะ

เก็บของเรียบร้อยเปลี่ยนชุดเล่นน้ำสิคะ มาทะเลก็ต้องเล่นน้ำก่อนเลย เดินไปด้านหลังโรงแรมแป๊บเดียวก็ถึงหาดแล้วค่ะ บรรยากาศดีมากลมแรงเย็นสบาย หาดทรายสีขาว น้ำใส ผู้คนไม่มากนัก มีบริการขี่ม้าริมหาดด้วยนะคะ (ค่าบริการจำไม่ได้)เพราะเราไม่กล้าขี่ เดินไปตามหาดเรื่อยๆเราเจอแมงกะพรุนตัวใหญ่เลยละค่ะ

ครั้งแรกที่เห็นตกใจมากค่ะเห็นละคันขึ้นมาเลย ถ้าไปเที่ยวทะเลช่วงหน้าฝนก็จะเจอกับแมงกระพรุนขึ้นมานอนเกยฝั่งค่อนข้างเยอะค่ะ ถ้าจะเล่นน้ำก็ดูดีๆระวังกันด้วยนะคะ เล่นน้ำกันอยู่พักใหญ่ ตะวันกำลังจะตกดิน เราจึงชวนกันกลับเข้าที่พัก เพื่อเตรียมตัวหาของกินเย็นนี้

ทริปหัวหิน | เป็นถิ่นมีหอย เดินสอยของที่ตลาดชิคาด้า

ทริปหัวหิน – ลุยตลาดชิคาด้า

จุดหมายของเราตลาดชิคาด้า (เปิดให้บริการเฉพาะวันศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ เวลา16.00-23.00)เดินทางจากที่พักถึงตลาดใช้เวลา 10 นาทีเท่านั้น บรรยากาศที่นี่ครึกครื้นมากค่ะ ของขายเยอะแยะเต็มไปหมด ทั้งของกิน เสื้อผ้า ของที่ระลึก งานฝีมือ ภาพวาดต่างๆ ที่นี่มีการจัดพื้นที่ไว้สำหรับผู้ที่ชอบฟังเพลงแนวโฟค์ซองสบายๆในสวนด้วยค่ะ เราหาซื้ออาหารนั่งกินกันอย่างอร่อย แล้วก็รีบมาจับจองพื้นที่เพื่อนั่งฟังเพลงกันต่อค่ะ

สำหรับวงที่เล่นในวันนี้ชื่อวงปล้ำแรงค่ะ ร้องเพลงเพราะเล่นดีเอนเตอร์เทรนสุดยอดไปเลย นั่งฟังเพลงที่นี่ช่างเพลิดเพลินดีจริงๆค่ะ บริเวณนี้มีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จำหน่ายนะคะ ส่วนใครไม่ดื่มก็จะมีร้านกาแฟเล็กๆสไตล์น่ารักไว้บริการเช่นกันค่ะ ที่นี่ถือว่าเป็นจุดที่ไม่ว่าจะเป็นชาวไทยหรือต่างชาติก็ต้องแวะมาอย่างแน่นอนค่ะ ดึกมากแล้วเราจึงเดินทางกลับโรงแรมเพื่อพักผ่อน เตรียมตัวทัวร์ในวันพรุ่งนี้

วันที่2ในหัวหิน เช้านี้เราทานอาหารเช้าของทางโรงแรมเรียบร้อยรีบออกเดินทางไปไปยังวัดห้วยมงคลเพื่อสักการะ หลวงพ่อทวด ทองค์ใหญ่ที่สุดในโลก บริเวณด้านบนที่ประดิษฐานหลวงปู่ล้อมรอบด้วยภูเขา ต้นไม้ บรรยากาศดีมากค่ะ สำหรับใครต้องการทำบุญถวายสังฆทานที่นี่ก็มีบริการด้วยนะคะ

เสร็จจากไหว้พระทำบุญเรียบร้อย เราก็ตรงเข้ามาที่ตลาดเพลินวานกันเลย ที่นี่เป็นการจำลองตลาดไทยสมัยโบราณ มีร้านอาหาร ขนมไทย ร้านขายของที่ระลึก ลานกิจกรรม เช่นม้าหมุน ยิงปืน ชิงช้าสวรรค์

จุดนี้เราเดินชิม ช็อป เพลินมากๆค่ะ ส่วนตัวชอบบรรยากาศแนวเรโทรแบบนี้อยู่แล้วจึงไม่พลาดถ่ายภาพเก็บไว้เป็นที่ระลึกตลอดทาง แถมขนมหลายชนิดที่เราไม่ค่อยได้เห็นแล้วในปัจจุบัน อย่างน้ำตาลปั้น เพื่อนๆพอจะนึกออกไหมคะ ที่จะมีน้ำตาลหลายๆสีอยู่ถาดเหล็กเป็นช่องๆ ปั้นเป็นรูปตุ๊กตาบ้างละลิงบ้างละ ที่นี่มีนะคะอร่อยด้วย 30 บาทเท่านั้น แล้วยังมีร้านกาแฟแบบโบราณ เห็นแล้วย้อนนึกถึงวันวานวัยเด็กจริงๆค่ะ

จบทริปหัวหิน 2 วัน 1คืน คุ้มค่ากับการเดินทางจริงๆค่ะ เที่ยวใกล้ๆได้ทำกิจกรรมครบเลย

องค์พระปฐมเจดีย์

ทริปนครปฐม | ไหว้พระ ช็อป ชิม กินกันกระจาย

ทริปนครปฐม ทริปนี้ไปเช้า-เย็นกลับ ออกเดินทางประมาณ 7.00น.จากถนนพระราม 2 ไปทางถนนเพชรเกษม มุ่งหน้าสู่วัดปฐมเจดีย์ราชวรมหาวิหาร ที่นี่เป็นพระอารามหลวงชั้นเอกเนื่องจากเป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุขององค์พระโคตมพุทธเจ้าอยู่ใจกลางเมืองนครปฐม มาถึงนี่เราจึงไม่พลาดที่จะเดินทางมาสักการะเพื่อความเป็นสิริมงคล และทุกปีทางวัดจะมีการจัดเทศกาลมนัสการองค์พระปฐมเจดีย์

ทริปนครปฐม องค์พระปฐมเจดีย์ช่วงเทศกาล

ทริปนครปฐม | ไหว้พระ ช็อป ชิม กินกันกระจาย

ทุกวันขึ้น 12 ค่ำ เดือน 12 ถึงวันแรม 5 ค่ำ เดือน 12 รวม 9 วันค่ะ (เราเคยมาช่วงเทศกาลจะมีของขายเยอะเลยทั้งของกิน ของใช้ มีกิจกรรมปาโป่ง ปาป๋อง ยิงปืน ตักปลา บิงโก ระบายสีตุ๊กตา ชิงช้าม้าหมุน เดินจนขาลากเลยละค่ะ ) แต่ในวันนี้เรามาช่วงเช้า ทำบุญเสร็จแล้วก็เดินทางไปหาของกินต่อที่ตลาดน้ำดอนหวาย

ลักษณะตลาดที่นี่จะเป็นอาคารไม้เก่าๆติดริมแม่น้ำท่าจีน จะมีตลาดการเกษตรเปิดตั้งแต่หกโมงเช้า-หกโมงเย็น พ่อค้าแม่ค้านำผลผลิตสดใหม่จากสวนมาขาย ที่นี่มีทั้งอาหารคาวหวานมากมายอาหารที่ขึ้นชื่อของที่นี่ คือ ปลาช่อนเผาเกลือ, ปลาสลิดตากแห้ง, ปลาตะเพียน 3 รส, ห่อหมก, เป็ดพะโล้, กุนเชียงหมู และน้ำพริกชนิดต่าง ๆ

รวมถึงขนมหวานอย่าง สาลี่, ขนมตาล, ปุยฝ้าย, ขนมเบื้อง, ลูกชุบ, ตะโก้, ทองม้วนสดและขนมฝักบัวโบราณที่หาทานยาก ส่วนของโปรดของเราที่ขาดไม่ได้ทุกครั้งที่มาคือ น้ำมะพร้าวอ่อน และมะพร้าวกะทิเนื้อหนาๆมันกรอบค่ะ

ก่อนจะไปช็อปปิ้งเราแวะเติมพลังที่ร้านอาหารในตลาดเป็นร้านริมแม่น้ำท่าจีน ร้านนี้ขายเป็ดพะโล้อร่อยมากๆค่ะ มีเมนูก๋วยเตี๋ยวและข้าวเป็ดพะโล้ เราสั่งทั้ง 2 เมนูเลยนั่งกินเพลินๆบรรยากาศดีค่ะไม่ร้อนกินอิ่มแล้วก็เริ่มลุยกันเลย

เดินชิมน้ำพริก ชิมขนมไปเรื่อย หันมาดูอีกทีของกินเต็มมือเลยค่ะ ลืมบอกไปว่าผลไม้ที่ขึ้นชื่อของจังหวัดนครปฐมคือส้มโอนั่นเอง พันธุ์ขาวน้ำผึ้ง เนื้อสวยรสชาติหวานอมเปรี้ยวกำลังดีหอบกลับไปฝากเพื่อนๆหลายลูกเลยแหละค่ะราคาลูกละ 150 บาท

กิน ชิม ช็อปเรียบร้อย พอมีเวลาเหลือเราจึงแวะสักการะหลวงพ่อวัดไร่ขิง และให้อาหารปลาที่นี่จะมีบ่อปลาคราฟผู้ปกครองหลายๆท่านมักจะพาบุตรหลานมาทำบุญให้อาหารปลากันที่นี่ ทางวัดได้ทำสะพานไม้เป็นทางเดินลงไปในบ่อมีอาหารเม็ดใส่ขวดนม 1ขวด20บาท 3ขวด 50บาทค่ะ เราจะเห็นเด็กๆตื่นเต้นหัวเราะอย่างมีความสุข เรียกว่าอิ่มบุญอิ่มใจกันเลยทีเดียว จบทริปไหว้พระ ชิมช็อปในวันนี้เดินทางกลับบ้านอย่างปลอดภัยค่ะ

 

ทริปจันทบุรี

ทริปจันทบุรี | พาสายกิน บินเที่ยวทะเล เฮน้ำตก

ทริปจันทบุรี วันนี้เรากับเพื่อนๆจะพาไปเที่ยวจันทบุรีกันค่ะ แหล่งท่องเที่ยวในจังหวัดจันทบุรีมีทั้งน้ำตก ทะเล เขาคิชกูฏรวมทั้งโอเอซิสซีเวิลด์ เป็นต้น ออกเดินทางจากกทม.ในช่วงเช้า ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชม.ค่ะ

เราเดินทางผ่านจุดชมวิวเนินพญา เป็นถนนเลียบชายหาดผ่านอ่าวคุ้งกระแบน หาดแหลมสิงห์ ถนนเส้นนี้ติดทะเลและภูเขา วิวสวยงามมากค่ะ ระยะทางประมาณร้อยกว่าโล ถนนโค้งไปตามเขา จุดนี้จะมีนักท่องเที่ยวจอดรถถ่ายรูปกันตามทาง แถมถนนเส้นนี้ยังมีเลนสำหรับมอเตอร์ไซด์ หรือจักรยาน สามารถมาปั่นชมวิวได้ด้วย ปลอดภัยดีค่ะ

ทริปจันทบุรี กิจกรรมเยอะ กินเที่ยวสนั่นลั่นทุ่ง

ทริปจันทบุรี | พาสายกิน บินเที่ยวทะเล เฮน้ำตก

ผ่านจุดนี้เราตรงไปที่โอเอซิสซีเวิลด์  อ.แหลมสิงห์ ห่างจากตัวเมืองประมาณ 30 กิโลเมตร ที่นี่เพาะพันธุ์โลมา 2 สายพันธุ์ไทย คือโลมาสีชมพู และโลมาอิระวดี ส่วนบัตรค่าผ่านประตูคนไทย ผู้ใหญ่ 130 บาท เด็ก 80 บาทค่ะ รอบการแสดงโลมาเริ่มตั้งแต่ 10.00น.ไปจนถึง18.00น.

ที่นั่งชมการแสดงเหมือนอัธจรรย์ครึ่งวงกลมล้อมบ่อ เมื่อถึงเวลาเริ่มการแสดงเจ้าหน้าที่จะเปิดและทำสัญลักษณ์มือตีลงที่น้ำเพื่อเรียกโลมาขึ้นมา โชว์น่ารักมากค่ะ โลมาแสนรู้มากทั้งแฟชั่นโชว์ใส่หมวกใส่แว่น เล่นบอล กระโดดรอดห่วง ระบายสีด้วยนะคะ และสำหรับใครที่อยากใกล้ชิดกับโลมาสามารถจองคิวเพื่อลงเล่นน้ำกับโลมาได้ค่ะ แต่จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมอันนี้ต้องสอบถามเพิ่มเติมกับเจ้าหน้าที่อีกครั้งค่ะ

จบจากที่นี่เราเดินทางไปหาดแหลมสิงห์ไม่ไกลค่ะประมาณ 5 กิโลเพื่อเข้าพักรีสอร์ทที่จองไว้ บริเวณนี้ที่เป็นหาดปากอ่าว มีต้นสนเรียงยาวไปตามชายหาด มีร้านอาหาร เตียงผ้าใบให้นั่งพักผ่อน เก็บของเรียบร้อยไม่รอช้าลงเล่นน้ำกันเลยค่ะ ที่นี่น้ำใสหาดทรายขาว มองไปฝั่งตรงข้ามจะเห็นเกาะจุฬาและเขาแหลมสิงห์อยู่ข้างหน้า วิวดีค่ะ จะนอนพักผ่อนบนเตียงผ้าใบสบายๆก็ได้เพราะอยู่ใต้ร่มเงาของต้นสน ที่นี่คนน้อยคนข้างเงียบสงบจะมีก็แต่เรากับเพื่อนนี่แหละค่ะ ที่เสียงดัง เล่นน้ำเสร็จเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อย สั่งอาหารครัวทางรีสอร์ทมาทานบรรยากาศใต้เสียงเทียนริมหาด ดีมากๆค่ะ ลมพัดเย็นสบาย อาหารอร่อย

เช้าวันที่2ในจันทบุรี เราทานอาหารที่ทางรีสอร์ทจัดไว้ให้ แล้วออกเดินทางไปยังเขาคิชกูฏ เส้นทางไปเขาโค้งค่อนข้างเยอะ ใช้ความเร็วได้ไม่มากนักนะคะ เมื่อไปถึงเราไหว้พระที่วัดด้านล่าง เนื่องจากช่วงที่เราไปเขายังไม่เปิดค่ะ สำหรับการขึ้นเขาเพื่อนมัสการรอยพระบาท สามารถไปได้ช่วงปลายเดือนมกราคม-มีนาคมค่ะ ทริปนี้เสียดายที่ไม่ได้ขึ้นเขา แต่คราวหน้าไม่พลาดแน่นอนค่ะ แล้วจะมาเล่าประสบการณ์การขึ้นเขาในครั้งต่อไปนะคะ

ทริปแก่งกระจาน | กระโดดน้ำไหลไปปล่อยใจไปกับสายธาร

ทริปแก่งกระจาน | กระโดดน้ำไหลไปปล่อยใจไปกับสายธาร

ทริปแก่งกระจาน วันนี้จะขอพาเพื่อนๆไปเที่ยวเขื่อนกันบ้างค่ะ ไม่ไกลจากกรุงเทพมากนัก เดินทางใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมงค่ะ เขื่อนแก่งกระจานตั้งอยู่ อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเหมาะสำหรับพักผ่อนหย่อนใจ

ระหว่างทางช่วงที่เลี้ยวเข้าอ.เภอแก่งกระจาน เราจะผ่านโครงการชั่งหัวมัน ที่นี่ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจเช่นกันนะคะ เสียดายมีเวลาไม่มากเลยไม่ได้แวะ เรากับเพื่อนๆมาที่นี่ช่วงหน้าฝน น้ำมาก อากาศเย็นสบาย มาถึงเราก็เข้าไปที่เขื่อนแก่งกระจาน เพื่อชมวิวทิวทัศน์ สูดอากาศบริสุทธิ์ให้เต็มปอด ที่นี่มีบริการนั่งเรือชมวิวตกปลาในทะเลสาบด้วยนะคะ

ในนี้มีร้านอาหารไว้บริการสามารถขอเช่าเรือได้ที่ร้านอาหารค่ะ เราแวะทานอาหารกันที่นี่ ถ่ายรูปเก็บบรรยากาศ ภาพที่มีต้นไม้เขียวชอุ่มล้อมรอบ ท้องฟ้าครึ้มๆ อากาศเย็นๆ สายน้ำที่อยู่ตรงหน้าทำให้รู้สึกผ่อนคลายสบายใจมากทีเดียวค่ะ เมื่อเสร็จจากเขื่อนแล้วเราก็เดินทางต่อไปยังบ้านพักที่เราจองไว้ซึ่งไม่ไกลจากเขื่อนบ้านเราติดริมน้ำเลยละค่ะ ราคาไม่แพง หลังละ4,000บาท พักได้ 6-8 คน อุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบ และมาที่นี่กิจกรรมที่พลาดไม่ได้เลยก็คือ กิจกรรมล่องแก่งนั่นเองค่ะ

ทริปแก่งกระจาน | กระโดดน้ำไหลไปปล่อยใจไปกับสายธาร

ทริปแก่งกระจาน ล่องแก่ง โดดน้ำ มันส์ดี

ส่วนตัวเราเป็นคนว่ายน้ำไม่เป็น นั่งมองคนอื่นๆเล่นน้ำกัน บางคนก็โหนชิงช้ากระโดดลงน้ำอย่างสนุกสนาน บางกลุ่มก็เช่าเรือล่องแก่งกัน นั่งมองอยู่พักใหญ่อดใจไม่ไหว คว้าร่มชูชีพลงน้ำบ้าง ความรู้สึกแรกคือน้ำเย็นมากค่ะใกล้ๆฝั่งก็พอเดินได้แต่เดินออกไปจนถึงตรงกลางน้ำเริ่มลึกใจเริ่มรู้สึกกลัว แต่นึกอีกทีชูชีพมีนี่นาเท่านั้นแหละค่ะปล่อยตัวเองไหลไปตามกระแสน้ำ น้ำไหลแรงมากในช่วงหน้าฝนจับมือเพื่อนๆไปเป็นหน้ากระดานเลยค่ะสนุกมาก

เราไหลจากรีสอร์ทซึ่งอยู่ต้นน้ำ ไปไกลเลยละค่ะ ผ่านลำนำไปเรื่อยๆ เราสังเกตุเห็นรีสอร์ทบางที่เค้ามีสไลด์เดอร์ให้ด้วยนะดูแล้วน่าจะสนุกดี บางจุดก็มีแคร่ยื่นออกมาหน่อยไว้ให้นั่งดื่มด่ำหย่อนขาแช่น้ำชมธรรมชาติ ระหว่างที่เราล่องไปตามน้ำก็เจอกับโคดหินทั้งเล็กทั้งใหญ่ต้องคอยมองให้ดีนะคะ กระแทกไปทีเหมือนกัน สักพักเริ่มรู้สึกว่ามาไกลจากที่พักมากละ เราก็ขึ้นฝั่งแล้วเดินกลับมาค่ะ อาบน้ำเปลี่ยนชุดพร้อมทำกิจกรรมตอนเย็น

ที่นี่สามารถสั่งอาหารเครื่องดื่มได้เลยค่ะ ส่วนใครที่อยากปิ้งย่างแนะนำให้ซื้อจากตัวเมืองเข้ามาจะดีกว่านะคะเพราะเข้ามาแล้วจะเดินทางออกไปอีกก็ค่อนข้างไกลค่ะ ฟ้ามืดแล้วเราก่อกองไฟเตรียมอุปกรณ์อาหารพร้อมขึ้นเตา เครื่องดื่มพร้อม

นั่งกินเคล้าเสียงเพลง และเสียงน้ำไหลฟินสุดๆไปเลยค่ะ (ลืมบอกไปว่าพกยากันยุงมาทาด้วยนะคะ)เพราะที่นี่ไปป่าใกล้แหล่งน้ำมียุงแน่นอนค่ะ แต่ก็ไม่มากนัก เรานั่งไปเรื่อยๆจนฝนเริ่มเทลงมา ซึ่งก็เป็นเวลาดึกพอสมควรแล้ว เราจึงแยกย้ายกันไปนอน

เช้าวันรุ่งขึ้นทางรีสอร์ทมีอาหารเช้าให้ทาน ทานเรียบร้อยก็ขับรถกลับกรุงเทพทันทีระหว่างทางจะมีร้านขายของฝากเป็นเพิงเล็กๆเต็มไปหมด แต่มาที่นี่ทีไรเราชอบแวะซื้อน้ำตาลสดค่ะ อร่อยมากใส่น้ำแข็งกินชื่นใจ

สำหรับเพื่อนๆคนไหนชอบเที่ยวแนวใกล้ชิดธรรมชาติไม่เน้นความสะดวกสบายมากนัก จะไปเป็นคู่หรือหมู่คณะแนะนำแก่งกระจานเลยค่ะ ครบทุกอารมณ์แน่น

ทริปเกาะสีชัง | เกลียดชังใครไประบายอารมณ์ที่นั่น

ทริปเกาะสีชัง | เกลียดชังใครไประบายอารมณ์ที่นั่น

ทริปเกาะสีชัง วันนี้เพื่อนๆนัดกันเที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับ ไหว้พระ นั่งเรือ ถ่ายรูป เล่นน้ำทะเล เราจึงลงความเห็นกันว่าเกาะสีชังนี่แหละเงียบสงบได้ครบตอบโจทย์ของวันนี้ และเป็นสถานที่ใกล้กับเกาะล้านอีกด้วย พวกเราก็เลยนัดรวมพลกันแต่เช้าตรู่

เดินทางจากเส้นสุขุมวิทมุ่งหน้าไปทางบางแสน ผ่านแหลมฉบัง เลี้ยวเข้าเกาะลอยจะมีป้ายบอกไปท่าเรือเกาะสีชัง ถึงเกาะลอยเราก็จอดรถ ซึ่งที่นี่มีที่จอดค่อนข้างมากสะดวกปลอดภัยไม่เสียค่าจอดอีกด้วย เรือไปเกาะจะออกทุกชั่วโมง ค่าโดยสารคนละ 40 บาท ลักษณะเรือเป็นเรือประมงดัดแปลงแบบ 2 ชั้น ชั้นล่างจะเป็นเก้าอี้พลาสติก เราเลือกนั่งชั้น2 ลมเย็น อากาศถ่ายเทสะดวก แต่สำหรับเด็กและผู้สูงอายุไม่แนะนำนะจ๊ะเพราะจะตกน้ำได้ ใช้เวลาเดินทางข้ามเกาะประมาณ 45 นาทีก็ถึงที่หมาย

ทริปเกาะสีชัง เตรียมตัวตะลุย

ทริปเกาะสีชัง | เกลียดชังใครไประบายอารมณ์ที่นั่น

ขึ้นฝั่งปุ๊บเราก็เดินไปเช่ามอไซด์ 300บาท/วัน ที่แรกของเราในวันนี้ คือ ศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ตั้งอยู่บนเขาห่างจากท่าเรือไปทางทิศเหนือของเกาะ เราขี่มอเตอร์ไซด์ไปตามเส้นทางซึ่งค่อนข้างชัน สองขางทางมีต้นไม้เต็มไปหมดบางช่วงก็จะน่าวาดเสียวหน่อยเพราะเป็นทางขึ้นเขา ถึงศาลแล้วลักษณะศาลเป็นถ้ำ ออกแบบผสมความเป็นไทย-จีน จากบริเวณศาลมองลงมาจะเห็นทิวทัศน์บ้านเรือน เราเดินเข้าไปด้านในเพื่อไหว้พระขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ตรงนั้นจะมีมูลนิธิให้เราทำบุญหยอดตู้บริจาคด้วยนะ อิ่มบุญแล้ว

เราก็พากันลงจากเขาไปที่จุดชมวิวเพื่อเก็บภาพบรรยากาศกันหน่อย บริเวณนี้เรียกว่าช่องเขาขาด มีสะพานไม้ทอดยาวออกไปบริเวณแหลม วิวสวย อากาศดีลมพัดแรงตลอดเวลาตรงนี้เราเดินถ่ายรูปสูดอากาศสดชื่นเต็มปอดดีจริงๆได้รูปสวยๆมาพอสมควรเลยแหละ

ไปต่อกันที่พระจุฑาธุชราชฐาน ที่นี่ถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของเกาะถูกสร้างขึ้นในสมัยราชการที่ 5 เพื่อเป็นที่ประทับในฤดูร้อน ลักษณะเป็นเหมือนอุทยานในพระราชวังมีสิ่งก่อสร้างต่างๆมากมาย เช่น เรือนไม้ริมน้ำ เรือนอภิรมย์ สะพานอัษฎางค์ ระฆังหินและเจดีย์เก่าแก่

อุทยานนี้กว้างขวางมากทางอุทยานมีไกด์นำทัวร์ด้วยนะ จุดนี้เราเดินได้เพียงบางส่วนเท่านั้น ส่วนตัวชอบบรรยากาศอันร่มรื่น สถาปัตยกรรมสมัยก่อนดูแล้วสวยงามน่าประทับใจ เก็บภาพบรรยากาศจากที่นี่ได้เยอะเลยแหละค่ะ ตอนนี้เริ่มอยากเล่นน้ำแล้วสินะ ไปหาของกินเล่นน้ำกันต่อที่หาดถ้ำเขาพัง

 

ซึ่งอยู่ด้านตะวันตกของเกาะ หาดกว้างสะอาด น้ำใสมาก มีร้านอาหารและเตียงผ้าใบไว้บริการ ส่วนรสชาติและราคาอาหารก็ถือว่าไม่แพงค่ะ กินอิ่มเอนกายผ่อนคลายสักพักก็โดนเพื่อนลากลงทะเลซะงั้น ทะเลที่นี่หินก้อนใหญ่ก้อนน้อยค่อนข้างเยอะ ยังไงก็ระวังกันด้วยนะคะ

 

เล่นกันจนเริ่มเย็น เราก็เริ่มทยอยกันไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเพราะ 5 โมงเราจะต้องเอามอไซด์ที่เช่ามาไปคืนและเดี๋ยวจะไม่ทันเรือรอบเย็น (สำหรับเพื่อนๆคนไหนต้องการค้างคืนที่นี่มีรีสอร์ทและบ้านพักแบบหมู่คณะไว้บริการ มีกิจกรรมตกหมึกด้วยนะ รีสอร์ทชื่อดังสวยงามเคยใช้ถ่ายละคร ชื่อปารีฮัทส์ค่ะ มาคราวหน้าจะรีวิวให้อีกรอบเนอะ) 6โมงเรือมาแล้วบรรยากาศตะวันตกดิน ความเงียบสงบเสียงคลื่นซัด เป็นอะไรที่ผ่อนคลายสบายใจมากเลยทีเดียว ถือว่าเป็นหนึ่งวันที่คุ้มค่ามากๆค่ะ

ทริปเกาะล้าน ชลบุรี

ทริปเกาะล้าน ชลบุรี | 2วัน 1 คืน เพลินอุรา

ทริปเกาะล้าน ชลบุรี สำหรับคนที่ชอบเที่ยวทะเล วันนี้เรามีสถานที่ท่องเที่ยวใกล้ๆใช้เวลาเดินทางไม่นานประมาณ 2 ชม.จากกรุงเทพ ก็สามารถพบกับทะเลสวย น้ำใส ได้เลยอย่างเกาะล้าน

ทริปเกาะล้าน ชลบุรี

ทริปเกาะล้าน ชลบุรี ขั้นตอนการเดินทาง

เราออกเดินทางในตอนเช้าประมาณ 7.00น. ขับรถจากบางนาขึ้นทางด่วนบูรพาวิถีถึงชลบุรี เบี่ยงเข้าเส้นมอเตอร์เวย์ชลบุรีพัทยา ขับตรงไปยังพัทยาใต้ ไปยังแหลมท่าเรือบาลีฮาย จอดรถที่จุดจอดอัตโนมัติซึ่งอยู่หน้าทางเข้าท่าเรือ ค่าบริการ 300 บาท/คืน จอดรถเรียบร้อย เราก็รีบเดินไปขึ้นเรือซึ่งสามารถซื้อตั๋วได้ที่ปลายสะพานก่อนขึ้นเรือ เพียงคนละ 30 บาท เดินทางจากท่าเรือบาลิฮาย จนถึงท่าหน้าบ้านใช้เวลา 45 นาที เราก็ถึงที่หมาย

สำหรับทริปนี้ 2วัน1คืน เราจึงจองที่พักไว้ล่วงหน้า คืนละ 1,500บาท พร้อมอาหารเช้า รถรับส่งจากท่าถึงรีสอร์ท ส่วนมอไซด์ให้เช่า 300 บาท/คัน (แต่ทางรีสอร์ทให้ใช้ฟรี) เมื่อถึงท่าเราจึงติดต่อทางรีสอร์ทมารับ เข้าที่พักเช็คอินเรียบร้อย เราก็เริ่มตระเวนเล่นน้ำทันที หาดแรก คือหาดตาแหวน ตรงนี้เป็นจุดที่จอดเรือซึ่งคนจะเยอะนิดนึง นักท่องเที่ยวก็เยอะเนื่องจากเป็นจุดที่ทัวร์ลง เราก็เลยเดินถ่ายรูปเก็บบรรยากาศเก๋ๆไป อีกจุดคือสะพานไม้หาดสังวาลย์ตรงนี้ถือว่าเป็นจุดถ่ายรูปอีกหนึงที่พลาดไม่ได้

ต่อด้วยหาดที่2 คือหาดแสม หาดนี้จะไม่ค่อยมีคนมากนัก ทางไปหาดค่อนข้างชันเพราะต้องขึ้นเขาลงเขา ระหว่างทางมีกังหันลมที่ใช้ผลิตไฟฟ้าบนเกาะ เราก็แวะถ่ายรูปซะหน่อย(ตรงนี้เหมือนเป็นแลนด์มาค์)ลมพัดเย็นสบาย เมื่อไปถึงหาดเราเจอกับหาดทรายขาวน้ำใสเวอร์เหมาะแก่การเล่นน้ำสุดๆ เราจึงใช้เวลาเล่นน้ำตรงนี้ค่อนข้างนานเป็นพิเศษ พร้อมถ่ายรูปได้วิวสวยๆมุมกว้างของหาดที่มีทั้งภูเขา หาดทราย ทะเลสวยๆฟินสุดๆสำหรับจุดนี้

หาดสุดท้าย คือหาดตายายเป็นหาดเล็กๆมีแต่คนไทย ไม่มีร้านค้า บรรยากาศสงบๆดีค่ะ เราแวะไปแป๊บเดียวเพราะตอนนี้ก็เริ่มเย็นแล้วเราจึงเดินทางกลับที่พักเพื่อเตรียมตัวออกไปเลือกซื้ออาหารทะเลสำหรับมาปาร์ตี้คืนนี้ ช่วงค่ำจะมีพ่อค้าแม่ค้านำอาหารทะเลมาขายตามข้างทาง ร้านอาหารร้านเหล้าต่างๆก็เปิดให้บริการ เราสามารถเลือกอาหารทะเลสดๆและให้ทางร้านทำตามเมนูที่ต้องการได้เลย ราคาก็ถือว่าไม่ถูกไม่แพง อย่างส้มตำทะเลอยู่ที่จานละ 100 บาท ส่วนเมนูอื่นๆก็อยู่ที่เราเลือกค่ะ เราลืมบอกไปว่าบนเกาะมี7-11นะจ๊ะสะดวกสบาย

เมื่อเราเลือกซื้ออาหารเรียบร้อยเราก็ตรงไปที่ซื้อเครื่องดื่มต่อทันที กลับมานั่งกินริมระเบียงห้องชมวิวทะเลมองเห็นฝั่งพัทยาอยู่ไกลๆ มองเห็นบ้านของผู้คนที่พักบริเวณนั้นวิถีชีวิตช่าวเกาะที่มีเรือหาปลาลำเล็กผูกอยู่กับเสาใต้ถุนบ้าน เสียดายทริปนี้เรามีเวลาน้อยเน้นพักผ่อนเลยไม่ได้ออกไปตกหมึกเลย

สำหรับเพื่อนๆคนไหนที่อยากพักผ่อนไม่ไกลจากกรุงเทพได้บรรยากาศชาวเกาะนักเที่ยวทะเล เกาะล้านถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมากๆเลยละค่ะงบประมาณก็ไม่มากนัก จะไปเป็นคู่หรือหมู่คณะก็ได้หมด ลองดูนะคะ

สวนผึ้ง ราชบุรี | ทริปกางเต้นท์ครอบครัว

สวนผึ้ง ราชบุรี การเดินทางครั้งนี้เราไปกันแบบครอบครัว เริ่มออกเดินทางจาก กทม.ช่วงเช้าประมาณ 7.00น. ใช้ถนนเส้นพระราม 2 (ธนบุรี-ปากท่อ) ไปบรรจบกับ ถ. เพชรเกษมที่แยกวังมะนาว เลี้ยวขวาเข้าตัวเมืองราชบุรี จากกรุงเทพถึงอ.สวนผึ้ง ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมงกว่าๆ

สวนผึ้ง ราชบุรี

บรรยากาศ2ข้างทางเต็มไปด้วยต้นไม้ ภูเขา เมื่อเริ่มเข้าตัวอ.สวนผึ้งเราก็จะเห็นฝูงแกะที่ทางรีสอร์ทเลี้ยงไว้ให้นักท่องเที่ยวเข้าชมและให้อาหาร ไม่นานเราก็ถึงที่หมาย รีสอร์ทที่เราเลือกพักในทริปนี้ อยู่ตรงข้ามบ้านเทียนหอม ภายในรีสอร์ทบรรยากาศร่มรื่น มีไร่มัมเบอร์รี่ มีบังกะโลเป็นหลัง มีจุดกางเต้นท์บนเนินเขา ด้านข้างรีสอร์ทมีธารน้ำไหลผ่าน แต่น้ำค่อนข้างลึกจึงไม่เหมาะแก่การเล่นน้ำ สำหรับที่พักคืนนี้เราเลือกกางเต้นท์บนเนินเขา ซึ่งเต้นสามารถขอเช่ากับทางรีสอร์ทได้ในราคาหลังละ 600 บาท(ไม่รวมอาหารเช้า)ซึ่งขนาดเต้นท์สามารถนอนได้ 3 คน

เครื่องนอน หมอนผ้าห่มพร้อม ห้องน้ำรวมแต่สะอาดและมีเครื่องทำอุ่นไว้บริการ เมื่อเราเก็บสัมภาระเรียบร้อย ไม่รอช้าเริ่มออกทัวร์ที่แรกกันเลย น้ำตกเก้าชั้น เดินทางออกจากที่พักไปประมาณ 10 กิโล เราก็ถึงที่หมายน้ำตกเก้าชั้น ตั้งอยู่บริเวณที่ราบสูงแต่ละชั้นอยู่ไม่ห่างกันมากนัก และมีแอ่งให้สามารถลงเล่นน้ำได้ น้ำใสไหลเย็นสุดๆ ด้านล่างทางเข้าน้ำตกมีร้านอาหาร

เครื่องดื่มจำหน่าย เสื้อผ้าก็มีนะจ๊ะเผื่อใครไม่ได้เตรียมอะไรมาแล้วเกิดอยากเล่นน้ำ ทางเดินขึ้นแต่ละชั้นค่อนข้างชัน แต่ยิ่งเดินไปก็ยิ่งพบกับทิวทัศน์ที่สวยงามร่มรื่น เราแวะเล่นน้ำกันแทบทุกชั้นเลย เล่นน้ำกันอยู่พักใหญ่เริ่มหนาวและหิวแล้วสินะ เราชวนกันเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อไปต่อในจุดที่สอง เดอะซีเนอร์รี่ รีสอร์ทแอนด์ฟารม์ สำหรับที่นี่นั้นมีกิจกรรมมากมาย เช่นป้อนอาหารแกะ ขี่ม้า ยิงธนู นั่งรถชมบรรยากาศฟาร์ม ขี่มาแคระสำหรับเด็กๆ นั่งชิงช้าสวรรค์แบบโบราณ และเกมสไตล์อังกฤษ วันนี้เราเลือกป้อนอาหารแกะ และพาหนูน้อยขี่ม้าแคระ บรรยากาศที่นี่ก็ดูวุ่นวายนิดนึงเนื่องจากเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวมากันเยอะ มีทั้งมาถ่ายภาพ และร่วมกิจกรรมกับทางรีสอร์ท เสร็จจากขี่ม้าให้อาหารแกะเราก็ไปต่อยังที่ๆสาม คือบ้านเทียนหอม เป็นแหล่งที่รวบรวมเทียนหอมสีสันสวยงาม หลากหลายกลิ่น หลากหลายรูปแบบไว้ที่นี่ ค่าเข้าชมคนละ 30 บาท

สวนผึ้ง ราชบุรี เมื่อเดินเข้าไปด้านในมองไปรอบๆจะมีมุมต่างๆตลอดทางไว้ให้เราแวะถ่ายรูปดูโรแมนติกอบอุ่น

มากค่ะ มีร้านค้าขายของที่ระลึก ร้านจำหน่ายเทียนหอม มีบริการสอนทำเทียนหอมด้วยนะราคาก็แล้วแต่รูปแบบและขนาด เริ่มต้นที่ร้อยกว่าบาท ใครที่อยากได้เทียนหอมที่มีชิ้นเดียวในโลกก็ลองไปทำได้ที่นี่เลยจ้า เดินต่อไปถึงด้านในสุด เราก็เจอกับร้านกาแฟซึ่งเป็นจุดชมวิว

เรานั่งพักหาของกินและถ่ายรูปกันอย่างเพลิดเพลิน ขากลับออกมาจากบ้านเทียนหอมเราก็แวะร้านค้าเพื่อซื้อตะเกียงและเทียนหอมกลับมาด้วย หอมจริงๆหอมทุกกลิ่นแทบเลือกไม่ถูกกันเลยทีเดียว จบทริปของวันนี้แล้วเรากลับเข้าที่พักเตรียมตัวกินมื้อค่ำใต้แสงตะเกียง สั่งอาหารจากครัวของทางรีสอร์ตมานั่งปาร์ตี้กัน เปิดฟังเบาๆ ค่ำแล้วอากาศเริ่มเย็นกำลังดี บรรยากาศชิวมาก ตกดึกมีหมอกลงต้องเตรียมเสื้อหนาวและหมวกไปด้วยเพราะหลังเที่ยงคืนจนถึงเช้าอากาศจะเย็นมาก ทริปนี้ถือว่าเป็นทริปที่คุ้มค่าทั้งอาหาร บรรยากาศที่ท่องเที่ยว ฟินสุดๆ

เพื่อนๆคนไหนอยากพักผ่อนสัมผัสอากาศเย็นๆไม่ไกลจากกรุงเทพขอแนะนำที่นี่เลยค่ะ

เหมืองปิล็อก

เหมืองปิล็อก ดินแดนแห่งฝันในม่านหมอก

เหมืองปิล็อก ที่เรียกกันติดปากว่ามนต์เสน่ห์อันเรียบง่ายสงบ ของเหมืองปิล๊อก เป็นที่เที่ยวยอดนิยมี่มีสภาพแวดล้อม ด้วยทะเลหมอกแห่งภูเขาอันสวยงามซับซ้อนและงดงาม ของเทือกเขาตะนาวศรี เป็นเขาที่แบ่งเส้นเขตแดนของไทยกับพม่า ตั้งอยู่ที่อำเภอ ทองผาภูมิ มีสถานที่ท่องเที่ยวที่ต้องห้ามพลาดมากมายไม่น้อย

 

เหมืองปิล็อก

เหมืองปิล็อก เปิดหัวมาซะน่านใจแล้วมาพูดถึงเรื่องที่เที่ยวกันบ้างนะครับ

จุดที่เที่ยวที่แรก-ฐานปฎิบัติการช้างศึก

ถ้าเดินทางมาที่เหมืองปิล็อก ทุกคนจะต้องเห็นป้ายสถานฐานปฎิบัติการช้างศึก เพื่อนๆถ้าเดินทางมาถึงตอนกลางวันในวันอากาศดี ไม่ร้อนและจะมองเห็นทะเลอันดามันตรงอ่าวเมาะตะมะ ของประเทศพม่า

จุดเด่นของสถานที่นี้คือเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตก ที่สวยงามไม่แพ้กว่าสถานที่อื่นในประเทศไทย ที่แห่งนี้เป้ฯสถานที่ที่น่าจดจำของประเทศไทยเพราะว่าเคยเป็นสมรภูมิรบระหว่าง ไทยกับพม่าหรือชนกลุ่มน้อยนับว่าเป็นจุดที่ต้องรำลึกถึงเหล่าทหารหาญที่เสียสละชีวิตเพื่อรักษาดินแดนแห่งนี้ไว้ให้เป็นของคนไทยต่อมา

จุดที่เที่ยวที่สอง-หมู่บ้านอีต่อง

หมู่บ้านอีต่องเป็นชุมชนที่ตั้งอยู่บนยอดเขาที่เหมืองปิล็อก ส่วนมากเป็นชาวไทยเชื้อสายพม่าไทย เป็นหมู่บ้านเล็กที่บรรยากาศและธรรมชาติที่งดงามและเห็นศึกษาวิถีชีวิตอันงดงาม ตรงจุดนี้ก็จะมองเห็นจุดชมวิวเขาช้างเผือกได้อย่างสบาย ซึ่งเป็นยอดเขาที่สูงที่สุด ของ อ. ทองผาภูมิ มักจะเป้ฯที่นิยมของนักท่องเที่ยวทั่วโลกที่จะขึ้นไปท้าทายเดินป่าและผจญภัยขึ้นไปพิชิตความสวยงาม และ ยิ่งใหญ่ของเทือกเขานี้ที่ทุกปี

จุดที่เที่ยวที่สาม-บ้านป้าเกล็น(เหมืองสมศักดิ์)

ถ้าอยากได้ความรู้สึกเหมือนเข้าไปเป็นชาวบ้านเมืองนี้ก็ต้อง รีสอร์ทเล็กๆอย่างบ้านป้าเกล็นในหุบเขาใหญ่ บ้านหลังนี้ถูกสร้างขึ้นมาจากความรักและค่ำมั่นสัญญา ที่ได้ให้ไว้กับคุณสมศักดิ์ เจ้าของเหมืองซึ่งเป็นแรงขับทำให้ป้าเกล็น ได้สร้างรีสอร์ตแห่งนี้เกิดขึ้น หุบเขาใหญ่ภายใต้สโลแกนว่า ที่นี่คือ “บ้านเล็กในป่าใหญ่” ปัจจุบัน บ้านที่ป้าเกล็นที่พักก็ปรับปรุง มาจากโรงเก็บพัสดุเก่าของเหมืองแร่

จุดที่เที่ยวที่สี่-น้ำตกจ๊อกกระดิ่น

จุดห้ามพลาดของเหมืองปิล็อกก็คือ น้ำตกจ๊อกกระดิ่นอยู่ที่อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ อยู่ห่างจากอุทยานฯเพียงแค่ 5 กิโลเมตร น้ำตกแห่งนรี้นับว่าเป็นที่สมบูรณ์ของป่ามากมีน้ำไหลตลอดทั้งปี มีเพียงแค่ชั้นเดียวเท่านั้นแต่ความสวยงามของน้ำตกแห่งนี้ก็ถือว่าคุ้มค่าที่ได้ไปความสูงของน้ำตกประมาณ 30 เมตร เมื่อน้ำไหลลงมาที่พื้นแล้วกระแทกกับหินข้างล่างก็จะแตกกระจายการเป็นละอองน้ำโดนตัวและเย็นสบาย ถ้าเพื่อนๆไปเที่ยวที่เหมืองปิล็อก ผมเชียร์เลยว่า น้ำตกจ๊อกกระดิ่ม ต้องไปนะจ๊ะ