สวนผึ้ง ราชบุรี | ทริปกางเต้นท์ครอบครัว

สวนผึ้ง ราชบุรี การเดินทางครั้งนี้เราไปกันแบบครอบครัว เริ่มออกเดินทางจาก กทม.ช่วงเช้าประมาณ 7.00น. ใช้ถนนเส้นพระราม 2 (ธนบุรี-ปากท่อ) ไปบรรจบกับ ถ. เพชรเกษมที่แยกวังมะนาว เลี้ยวขวาเข้าตัวเมืองราชบุรี จากกรุงเทพถึงอ.สวนผึ้ง ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมงกว่าๆ

สวนผึ้ง ราชบุรี

บรรยากาศ2ข้างทางเต็มไปด้วยต้นไม้ ภูเขา เมื่อเริ่มเข้าตัวอ.สวนผึ้งเราก็จะเห็นฝูงแกะที่ทางรีสอร์ทเลี้ยงไว้ให้นักท่องเที่ยวเข้าชมและให้อาหาร ไม่นานเราก็ถึงที่หมาย รีสอร์ทที่เราเลือกพักในทริปนี้ อยู่ตรงข้ามบ้านเทียนหอม ภายในรีสอร์ทบรรยากาศร่มรื่น มีไร่มัมเบอร์รี่ มีบังกะโลเป็นหลัง มีจุดกางเต้นท์บนเนินเขา ด้านข้างรีสอร์ทมีธารน้ำไหลผ่าน แต่น้ำค่อนข้างลึกจึงไม่เหมาะแก่การเล่นน้ำ สำหรับที่พักคืนนี้เราเลือกกางเต้นท์บนเนินเขา ซึ่งเต้นสามารถขอเช่ากับทางรีสอร์ทได้ในราคาหลังละ 600 บาท(ไม่รวมอาหารเช้า)ซึ่งขนาดเต้นท์สามารถนอนได้ 3 คน

เครื่องนอน หมอนผ้าห่มพร้อม ห้องน้ำรวมแต่สะอาดและมีเครื่องทำอุ่นไว้บริการ เมื่อเราเก็บสัมภาระเรียบร้อย ไม่รอช้าเริ่มออกทัวร์ที่แรกกันเลย น้ำตกเก้าชั้น เดินทางออกจากที่พักไปประมาณ 10 กิโล เราก็ถึงที่หมายน้ำตกเก้าชั้น ตั้งอยู่บริเวณที่ราบสูงแต่ละชั้นอยู่ไม่ห่างกันมากนัก และมีแอ่งให้สามารถลงเล่นน้ำได้ น้ำใสไหลเย็นสุดๆ ด้านล่างทางเข้าน้ำตกมีร้านอาหาร

เครื่องดื่มจำหน่าย เสื้อผ้าก็มีนะจ๊ะเผื่อใครไม่ได้เตรียมอะไรมาแล้วเกิดอยากเล่นน้ำ ทางเดินขึ้นแต่ละชั้นค่อนข้างชัน แต่ยิ่งเดินไปก็ยิ่งพบกับทิวทัศน์ที่สวยงามร่มรื่น เราแวะเล่นน้ำกันแทบทุกชั้นเลย เล่นน้ำกันอยู่พักใหญ่เริ่มหนาวและหิวแล้วสินะ เราชวนกันเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อไปต่อในจุดที่สอง เดอะซีเนอร์รี่ รีสอร์ทแอนด์ฟารม์ สำหรับที่นี่นั้นมีกิจกรรมมากมาย เช่นป้อนอาหารแกะ ขี่ม้า ยิงธนู นั่งรถชมบรรยากาศฟาร์ม ขี่มาแคระสำหรับเด็กๆ นั่งชิงช้าสวรรค์แบบโบราณ และเกมสไตล์อังกฤษ วันนี้เราเลือกป้อนอาหารแกะ และพาหนูน้อยขี่ม้าแคระ บรรยากาศที่นี่ก็ดูวุ่นวายนิดนึงเนื่องจากเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวมากันเยอะ มีทั้งมาถ่ายภาพ และร่วมกิจกรรมกับทางรีสอร์ท เสร็จจากขี่ม้าให้อาหารแกะเราก็ไปต่อยังที่ๆสาม คือบ้านเทียนหอม เป็นแหล่งที่รวบรวมเทียนหอมสีสันสวยงาม หลากหลายกลิ่น หลากหลายรูปแบบไว้ที่นี่ ค่าเข้าชมคนละ 30 บาท

สวนผึ้ง ราชบุรี เมื่อเดินเข้าไปด้านในมองไปรอบๆจะมีมุมต่างๆตลอดทางไว้ให้เราแวะถ่ายรูปดูโรแมนติกอบอุ่น

มากค่ะ มีร้านค้าขายของที่ระลึก ร้านจำหน่ายเทียนหอม มีบริการสอนทำเทียนหอมด้วยนะราคาก็แล้วแต่รูปแบบและขนาด เริ่มต้นที่ร้อยกว่าบาท ใครที่อยากได้เทียนหอมที่มีชิ้นเดียวในโลกก็ลองไปทำได้ที่นี่เลยจ้า เดินต่อไปถึงด้านในสุด เราก็เจอกับร้านกาแฟซึ่งเป็นจุดชมวิว

เรานั่งพักหาของกินและถ่ายรูปกันอย่างเพลิดเพลิน ขากลับออกมาจากบ้านเทียนหอมเราก็แวะร้านค้าเพื่อซื้อตะเกียงและเทียนหอมกลับมาด้วย หอมจริงๆหอมทุกกลิ่นแทบเลือกไม่ถูกกันเลยทีเดียว จบทริปของวันนี้แล้วเรากลับเข้าที่พักเตรียมตัวกินมื้อค่ำใต้แสงตะเกียง สั่งอาหารจากครัวของทางรีสอร์ตมานั่งปาร์ตี้กัน เปิดฟังเบาๆ ค่ำแล้วอากาศเริ่มเย็นกำลังดี บรรยากาศชิวมาก ตกดึกมีหมอกลงต้องเตรียมเสื้อหนาวและหมวกไปด้วยเพราะหลังเที่ยงคืนจนถึงเช้าอากาศจะเย็นมาก ทริปนี้ถือว่าเป็นทริปที่คุ้มค่าทั้งอาหาร บรรยากาศที่ท่องเที่ยว ฟินสุดๆ

เพื่อนๆคนไหนอยากพักผ่อนสัมผัสอากาศเย็นๆไม่ไกลจากกรุงเทพขอแนะนำที่นี่เลยค่ะ