ภูชี้ฟ้า | ทริปท่องเที่ยวในวัยเด็กของฉันกับครอบครัว

ภูชี้ฟ้า ครั้งนี้ขอพาเพื่อนๆขึ้นเหนือไปถึงจังหวัดเชียงรายกันเลยค่ะ จำได้ว่าช่วงนั้นเป็นช่วงหน้าหนาวประมาณปลายเดือนพฤศจิกายน ทริปนี้เราออกเดินทางไปกับน้าชายโดยสารรถทัวร์จากหมอชิต ปลายทางคือ

บขส.เชียงราย ใช้เวลาเดินทางประมาณ 7-8 ชั่วโมงก็ถึงบขส. เราต่อรถสองแถวไปโรงแรมที่ได้จองไว้ซึ่งอยู่ในตัวเมืองเช็คอินเข้าที่พักเก็บของเรียบร้อย ไม่รอช้า(กว่าจะถึงก็มืดละ) รีบออกไปหาอาหารพื้นเมือง

ที่ถนนคนเดิน บรรยากาศของค่ำคืนนี้ อากาศเย็นสบายเดินไปเรื่อยไม่ร้อนเลยค่ะ บริเวณนี้มีร้านอาหารมากมายหลายประเภทให้เราเลือกกิน มีสินค้าพื้นเมืองให้เลือกซื้อ เราแวะร้านอาหารร้านหนึ่งเป็นร้านอาหารพื้นเมือง จำได้ว่าสั่งชุดน้ำพริกหนุ่มเสริฟ์พร้อมข้าวเหนียว ไส้อั่ว แคปหมู และแกงที่มีชื่อโฮะ

เราสั่งเพราะอยากรู้ว่ามันคืออะไร รสชาติยังไง หน้าตาแบบไหน สิ่งที่ได้คืออะไรนะรวมๆกันมา แอบลุ้นว่าจะกินได้ไหม แต่พอกินแล้วจะว่าเหมือนแกงหน่อไม้ก็ไม่ใช่ รสชาติดีเลยค่ะ อิ่มท้องแล้วเราก็เริ่มเดินกันต่อเลย เดินไปเรื่อยๆอากาศก็เริ่มเย็นขึ้นทุกทีเจอร้านผ้าพันคอเลยแวะอุดหนุนสักพื้น 100บาท อุ่นดีจังงานทอมือสวยค่ะ เดินต่อไปอีกหน่อยเจอจุดที่เค้าขายโคมยี่เป็งจะรออะไรละคะ จัดมา1โคม ราคาประมาณร้อยกว่าบาทค่ะ เค้าว่ากันว่าการปล่อยโคมก็เหมือนการปล่อยเคราะห์ในชีวิตออกไป แต่กว่าจะปล่อยโคมได้ลุ้นมากค่ะ ปล่อยโคมเสร็จเรียบร้อย เราก็ชวนกันกลับเข้าที่พักเพื่อพักผ่อน  เตรียมตัวขึ้นภูวันพรุ่งนี้

ภูชี้ฟ้า ออกเดินทางตระเวนเที่ยว

ภูชี้ฟ้า | ทริปท่องเที่ยวในวัยเด็กของฉันกับครอบครัว

 

เช้าแล้วเราเดินทางด้วยรถตู้จากตัวเมืองเพื่อไปที่อ.เทิง(บ้านร่มฟ้าไทย) ระยะทางประมาณ 111 กิโลเมตร ราคาค่าโดยสารคนละ 80 บาท ระหว่างเดินทางเราเจอกับหมู่บ้านชาวเขาและร้านค้า เช่นร้านอาหาร ร้านขายเสื้อผ้าสินค้าที่ระลึกตามข้างทาง เส้นทางขึ้นภูชี้ฟ้านั้นค่อนข้างแคบและโค้งเยอะมาก อารมณ์เหมือนนั่งไวกิ้งเลย

เรานี่เมารถแทบอาเจียน แต่แล้วเราก็มาถึง..ที่นี่มีรีสอร์ทรองรับค่อนข้างเยอะทีเดียวค่ะ เราเลือกพักบนเนินเขา วิวสวยมาก มองไปรอบๆมีแต่ป่าไม้เขียวชะอุ่ม วันนี้เรายังไม่ขึ้นภูชี้ฟ้าค่ะแต่เดินถ่ายภาพเก็บบรรยากาศบนเขารอบๆบริเวณที่พัก ช่วงเย็นเราเลือกกินอาหารที่ร้านข้างทาง ระหว่างรออาหารจะมีกลุ่มเด็กน้อยชาวเขามาทำการแสดงร้องเพลง เต้นให้เราดู เราจึงขอน้องๆถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึก น้องมากันประมาณ 3 คนค่ะ เด็กๆต้องการหารายได้พิเศษ เราจึงให้ไปคนละ20บาท คือน้องๆไม่ได้เรียกร้องนะคะแล้วแต่เราจะให้

สักพักอาหารก็มาเสริฟ์ ตกดึกอากาศที่นี่เย็นมากค่ะเราต้องใส่หมวกใส่ถุงมือเลยทีเดียว เช้าวันที่ 2 บนภูเรารีบตื่นตั้งแต่ตี 5 เตรียมวอมร่างกายเพื่อเดินขึ้นภู จากรีสอทร์ที่เราพักสามารถใช้บริการรถ 2 แถวคนละ 20 บาท ระยะทางขึ้นภูชี้ฟ้าประมาณ 2 กิโลค่ะเพื่อไปยังวนอุทยาน อากาศก็เย็นเหลือเกินหมอกจัดแต่เราไม่หวั่น ตี ห้าครึ่งเราถึงวนอุทยาน ทีนี้เราก็มาเริ่มเดินขึ้นภูกันเลยจ้า ทางเดินค่อนข้างชัน และค่อนข้างมืดต้องพกไฟฉายมาด้วยนะคะ ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมงเราก็ถึงยอดภูชี้ฟ้า

อากาศด้านบนหนาวมากๆค่ะ เรายืนรอชมพระอาทิตย์ขึ้น พร้อมกับทะเลหมอกยามเช้า ภาพที่เห็นสวยงามมากค่ะคุ้มค่ากับการรอคอย เราถ่ายรูปเก็บภาพบรรยากาศตรงนี้สักพัก แสงแดดอ่อนๆรู้สึกผ่อนคลายดีจริงๆ ประมาณ7.00เริ่มหิวละค่ะ เราจึงเดินทางลงภูเพื่อกลับมาทานอาหารเช้าที่รีสอรท์เตรียมไว้ให้

แล้วก็เช็คเอ้าท์ออกจากที่พัก ขากลับเราเดินทางโดยรถ 2 แถวหวาดเสียวกว่าตอนขึ้นอีกคะ ล้อนี่เฉียดกับขอบทางเลย แต่ก็ถึงที่หมายอย่างปลอดภัย สำหรับผู้ที่ยังไม่ชำนาญทางแนะนำว่าใช้บริการรถโดยสารจะสะดวกปลอดภัยกว่าค่ะ หรือหากต้องการนำรถขึ้นภูจริงๆก็ไม่ควรใช้ความเร็วมากนักโดยเฉพาะหน้าเทศกาลรถเยอะมากเลยค่ะถนน 2 เลนก็จริงแต่ทางแคบค่ะ จบทริปนี้ได้สัมผัสอากาศหนาว อาหารอร่อย เก็บภาพความสวยงามของธรรมชาติวิถีชาวเขา คุ้มค่ากับการเดินจริงๆค่ะ